Skip to main content

ช่วงชีวิตสูงและต่ำที่สุด 25 - 39 ปี

ชีวิตในช่วงนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เป็นเหมือน "ประตูทางเข้า" สู่โลกภายในอย่างแท้จริง (จิตวิญญาณ) ซึ่งจริง ๆ แล้วตั้งแต่เด็ก ก็เป็นคนที่มีคำถามเกี่ยวกับชีวิต ความตาย และตั้งคำถามกับทุกอย่าง เป็นคนที่เหมือนกบฎเงียบ ๆ ในใจตลอดเวลา แต่หาคำตอบจากผู้ใหญ่รอบตัวและที่โรงเรียนไม่ได้เลย อ่านหนังสือก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ รู้แค่ว่าชอบอยู่ในสมาธิเวลาที่โรงเรียนเขาให้ทำก่อนเข้าห้องเรียนหรือในชั่วโมงพุทธศาสนา/จริยธรรม หรือมีเข้าค่าย ก็เท่านั้นเอง แต่ไม่ชอบไปวัด ไม่ชอบทำบุญ เพราะเรารู้สึกว่ามันไม่ได้ช่วยให้ผู้ใหญ่ในบ้านเรามีความสุขที่ใจ บ้านไม่ได้สงบเพราะการทำสิ่งนี้นี่นา... 

แล้วเหมือนชีวิตได้พัดพาให้ต้องออกจากงานประจำที่สุดท้ายคือ กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ซึ่งเงินเดือนค่อนข้างดี แต่รู้สึกมันตัน ไม่มีความสุข ประกอบกับคุณยายไม่สบายหนักด้วย เลยตัดสินใจกลับบ้านที่เชียงราย โดยไม่มีแผนการเลยว่าจะทำอะไรต่อ และ ล้มเหลวในงานประจำและทุกอย่างในวัย 20 กลาง ๆ แบบสุด ๆ self-esteem ต่ำติดลบแบบสุด ๆ เลยทีเดียว 

แต่พอได้กลับมาอยู่บ้าน เราอยู่ชนบท ตอนนั้นเมืองพาน (จ.เชียงราย) ยังเงียบมาก แม้จะเป็นอำเภอที่ค่อนข้างใหญ่ แต่ในช่วงปี 2552 ที่เริ่มอยู่บ้าน ก็ยังไม่มีอะไรมากมาย แต่โชคดีที่มีโลตัสและร้านหนังสือ SE-ED ที่เป็นแหล่งเชื่อมต่อกับโลกภายนอกของเรา และมีอินเตอร์เน็ตแบบต่อสาย LAN แบบเติมเงินเท่านั้นเอง แต่ก็ได้มีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น และได้มีเวลาดูแลคุณยายไปด้วย แต่ก็ใช่ว่าใจเราจะสบายเพราะเราก็ยังไม่รู้ว่าชีวิตจะไปยังไงต่อดี และคุณแม่ก็เป็นห่วง อยากให้ไปสอบราชการ แต่เราไม่อยาก ไม่ชอบ เลยปฏิเสธอไป แต่มันก็อิ่มใจ สุขใจที่ได้อยู่กับท่านจนวาระสุดท้ายของท่านในเดือนตุลาคม 2552  

แต่เราก็พยายามค้นหาทางออก ก็เริ่มได้คำตอบในช่วงกลางปีนั้น ก็มาสำรวจตัวเองว่ามีอะไรอยู่ในมือบ้างตอนนี้ มีทักษะ ความรู้ ความสามารถอะไรบ้าง เด่น ๆ ก็จะมีภาษาอังกฤษอ่านเขียน IT อินเตอร์เน็ต แปลภาษา และการเขียน และเราเป็นคนชอบทดลองมาตั้งแต่เด็กด้วย 

แล้วก็มาถามตัวเองต่อว่า แล้วจะทำเกี่ยวกับอะไร ก็ได้คำตอบให้ตัวเองว่า ทำบนออนไลน์นี่แหละ เพราะเราก็อยากดูแลยายไปจนกว่าจะวาระสุดท้าย ต้องทำอะไรที่เราคือผู้เชี่ยวชาญแล้วคนจะต้องเข้ามาหาเราเองโดยที่เราทำอยู่บ้านนี่แหละ แล้วจะเชี่ยวชาญอะไรล่ะ เพราะตอนนั้นถ้าเทียบกับเพื่อนที่จบรุ่นเดียวกัน เราจัดว่าล้มเหลวมาก ๆ เลย 

ไป ๆ มา ๆ ก็ปิ๊งได้ว่า เออ...เรื่องสิวนี่แหละ เพราะเป็นมาทั้งชีวิตเลย อยากหายขาดด้วย อยากมีชีวิตที่ไม่เป็นสิวอีกต่อไป มันเป็นปมชีวิตมาก ๆ เอาเรื่องนี้แหละ ลองไปค้นหาวิธีธรรมชาติมา ที่รักษาจากข้างในที่ต้นตอกันไปเลย 

คือ เรารู้ตัวเองอย่างหนึ่งว่า เราเป็นคนที่ถ้าตั้งใจทำอะไรแล้ว เราจะทำได้ทุกอย่างแน่นอน เราไม่ได้สนใจว่ามันจะได้ช้าหรือเร็ว แต่ถ้าเราต้องการ เราหาวิธีได้แน่

มันคือสิ่งที่เราอยากทำด้วยและมันก็คือสิ่งที่คนมีปัญหาเยอะด้วย เราก็จับด้านนี้เลย เริ่มเขียนบันทึกแบบเรียล ๆ ไม่มีแต่งอะไรเลย ใช้กล้อง โทรศัพท์ และโน้ตบุ๊คเครื่องเก่า ๆ อินเตอร์แบบสาย LAN มีแค่นั้น ก็ใช้แค่นั้น ค่อย ๆ สร้างมา คุณยายหลับ ก็มาถ่ายรูป เขียนคอนเทนต์ ซึ่งก็คือทั้งหมดที่บันทึกในบล็อกนี้ https://bye-bye2acne.blogspot.com/2020/06/index.html

ช่วง 2 ปีแรก ก็ยังไปได้ดีมาก เพราะเราขับเคลื่อนงานด้วยพลังของความรักล้วน ๆ มันคือพลังงานที่ล้นเกินให้ได้กับคนที่ต้องการอย่างเต็มที่ 

แต่ช่วงเข้าปีที่ 3 เริ่มรู้สึกไม่ค่อยมีความสุขแล้ว เพราะ หลายอย่างมันเริ่มสวนกับตัวตนของตัวเอง แต่ก็ยังทำต่อไป แต่ความพังและความเสียหายก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งมันเริ่มต้นที่ภายในแต่เราไม่รู้และยังฝืนทนทำต่อไปเรื่อย ๆ แม้จะมีสัญญาณมาหลายระลอก แต่เราก็ไม่รู้ ก็ทุกข์หนักขึ้น สูญเสียมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุด ก็ไปต่อไม่ได้ ต้องล้มเลิกกิจการนั้นไป แล้วค่อย ๆ ฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ ซึ่งถือว่าหนักและท้าทายมาก ๆ 

ในช่วงปีหลัง ๆ เป็นช่วงที่เรียกว่า "Wounded Healer" คือ เราดูแลคนอื่น ฮีลคนอื่น ทั้งที่เราเองยังมีบาดแผลภายในอยู่มากที่ยังไม่ได้ฮีล ซึ่งได้คำตอบไม่นานมานี้ (ตุลาคม 2568) ว่ามันเป็นลักษณะหนึ่งของเอ็มพาธที่ยังไม่รู้ตัว คือ ช่วยเหลือคนอื่นจากความขาด ไม่ได้มาจากพลังที่ล้นเกิน พลังงานไหลออกตลอดเวลา ไม่เก็บไว้ให้ตัวเอง เป็นภาวะละเลยตัวเอง รู้สึกดีเมื่อตัวเองมีคุณค่ากับคนอื่นเท่านั้น แต่ไม่ได้รักตัวเองและรู้สึกถึงคุณค่าในตัวเองอย่างแท้จริง เมื่อทำไปในระยะยาว จึงทำให้เกิดภาวะเหมือนเลือดไหลไม่หยุด ซึ่งไม่ได้ให้พลังเฉพาะกับในงานเท่านั้น แต่ยังเป็นกับทุกคนในครอบครัวด้วย ในที่สุดก็เกิดอาการ burn out ในการใช้ชีวิตและการให้ เหมือนอยากจะกลับมาดูแลตัวเองแล้วในช่วงอายุใกล้ 40 

งานหลักและชีวิตในช่วงนี้จะอยู่ภายใต้พลังงานของ "สิวซีเคร็ต" ที่ต่อยอดมาจากบล็อกดังกล่าว ความความรู้สึกหนักและเจ็บปวดที่ผูกกับคำคำนี้ ทำให้บีมตัดสินใจ "ลบ" งานทุกอย่างเกี่ยวกับสิวซีเคร็ตทุกช่องทางบนออนไลน์ แต่ยังคงบล็อกดังกล่าวไว้ เพราะรู้สึกแบบนั้นโดยไม่มีเหตุผลใด ๆ ซึ่งลบประมาณเดือนมีนาคมปี 2564 และเริ่มต้นใหม่กับงานประจำที่กรุงเทพในตำแหน่งครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ ด้วยพลังงานและความรู้สึกที่ต้องแยกตัวเองออกจากครอบครัวอย่างรุนแรงในช่วงนั้นเพื่อมารีเซ็ตพลังงานของตัวเองใหม่ทั้งหมด

บีมได้ลองพยายามรวบรวมงานของสิวซีเคร็ตในช่วงอายุ 25-39 ปีมาให้ดังนี้นะคะ เนื่องจากพลังงานบีมกระโดดมาก จึงมีหลายลิงค์หน่อยนะคะ ภาษาพลังงานเรียกว่า "ไม่กราวนด์" (ungrounded) 

  1. https://bye-bye2acne.blogspot.com  : บันทึกการทดลอง ประสบการณ์ สรุปความรู้ การแก้ปัญหาสิวเรื้อรัง สิววัยผู้ใหญ่ สิวฮอร์โมน ที่ต้นตอจากภายในด้วยตัวเองแนวธรรมชาติองค์รวมของบีม 10 ส.ค. 2552 - 30 ม.ค. 2564
  2. https://beamempath8.wordpress.com : บันทึกความรู้ & ประสบการณ์ฮีล กาย ใจ จิตวิญญาณ ปี 2018 – 2022
  3. beamsbooks.wordpress.com : รวบรวมหนังสือที่บีมเขียนในช่วงเวลานี้ทั้งหมด  
  4. https://www.openlink.co/siwsecre : สรุปงานสิวซีเคร็ต รีวิว ขั้นตอนรักษาสิว บริการให้คำปรึกษา
  5. https://www.facebook.com/siwsecret2020: Facebook page ที่มีเพื่อนเคยทำไว้เพื่อขาย e-book และคอร์สออนไลน์
  6. https://pantip.com/topic/3542638 : โพสต์ที่เคยเขียนใน pantip บางส่วน
ส่วนของคลิปวิดีโอไม่มีบนช่องทางออนไลน์แล้วค่ะ อาจจะมีบ้างถ้าค้นด้วยคำว่าสิวซีเคร็ต อาจจะเจออยู่บ้างแต่ไม่มากเท่าเมื่อก่อนแล้ว เพราะ บีมทำงานไว้หลายช่องทาง ไปตามลบได้ไม่หมด แต่ก็ดีตรงที่ว่า มีเหลือให้ดูต่างหน้าเป็นหลักฐานการใช้ชีวิตช่วงนั้นให้เพื่อน ๆ ดูได้

ตอนอายุ 38 ปี คือ พังมากทุกมิติ ร่างกายก็แย่มาก ปัสสาวบ่อยมาก เริ่มท้องผูก เริ่มหุ่นใหญ่ (ไขมันสะสมช่วงสะโพกและหน้าท้อง) สมองก็ทำงานได้ช้ามาก เป็นเพราะสภาวะเครียดสะสมมานาน มีภาวะซึมเศร้าแบบไม่รู้ตัว 3 ปี แต่หายได้ด้วยการใช้โยคะหัวเราะ TRE (Trauma & Tension Releasing Exercise) และพลังงานบำบัดเป็นหลัก ร่วมกับแนวทาง self-care แบบธรรมชาติองค์รวมที่ใช้มาอยู่แล้วตั้งแต่เริ่มเคลียร์สิวและเปลี่ยนผิวจากภายในด้วยตัวเอง 

และก็ได้เรียนรู้วิธีดูแลตัวเองตามแนวทางของท่าน Sadhguru เรียกว่า เป็นการรื้อตัวเองจากระดับจิตวิญญาณออกมาเลยทีเดียว และได้ลงลึกเกี่ยวกับธาตุทั้ง 4 ซึ่งไม่เพียงแต่ได้เรื่องสุขภาพ แต่ได้ยกระดับจิตวิญญาณผ่านการดูแลธาตุทั้ง 4 อย่างถูกต้อง เชื่อมต่อกับพลังงานจักรวาลไปด้วย และได้มาพบกับแนวทางการภาวนา OSHO เพิ่มเติม โดยมีครูโซโนโกะเป็นกระบวนกร ซึ่งเธอก็ได้ผสมผสานกับสิ่งที่เธอถนัด คือ ศิลปะการแสดง การเต้น และการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ และมีหลายอย่างที่บีมไม่เคยได้รู้มาก่อน พอได้มาฝึกภาวนาแนวทางนี้ เรียนรู้อะไรจากเธอและ community นี้ ก็รู้สึกว่าช่วยแก้ปัญหาที่ติดอยู่ภายในได้หลายอย่างมาก แต่เพราะปัญหาภายในมันเยอะมาก ก็ฝึกต่อเนื่องไปค่ะ ให้มันเบาบางไปเรื่อย ๆ 

นอกจากนี้ พอดีได้เรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์การย้อนและชะลอวัยมาตั้งแต่ปี 2558 จากบริษัทขายตรง J และใช้ผลิตภัณฑ์ของเขาแล้วย้อนวัยได้จริง แต่เพราะผลิตภัณฑ์ราคาค่อนข้างสูง จึงใช้ได้เพียง 2 ปี พอเลิกทำธุรกิจแล้ว จึงไม่สามารถใช้ต่อได้ 

และในช่วงอายุเข้า 39 ปี ก็ได้ลงเรียนหลักสูตรระยะสั้น "วิทยาศาสตร์ชะลอวัย 30 ชั่วโมง" ที่จัดโดยมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเพื่อบุคคลทั่วไปได้นำไปใช้ในการดูแลตัวเองและครอบครัว ซึ่งได้เรียนจากอาจารย์แพทย์และผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยหลายท่าน 

และก็เริ่มมาสนใจการ manifest เพื่อผิวใสและสุขภาพดี จริง ๆ เน้นไปที่สร้างผิวให้กลับไปเป็นเหมือนไม่เคยเป็นสิว เพราะบีมจะมีคล้าย ๆ ผิวเสีย พังผืด จากการไปคลินิกสมัยที่รักษาสิวด้วยเคมีเยอะ ๆ บริเวณแก้ม กราม และคาง แต่ช่วงหลัง ๆ การเงินไม่ค่อยดี เลยไม่สามารถซื้อเซรั่มมาช่วยได้ ก็มาลองฝึก manifest ผิวใหม่ตามแนว Dr.Joe Dispenza ดู ก็ค่อย ๆ ได้คำตอบและทางออกตามภายในของเราที่เปลี่ยนแปลงไป จนผิวเปลี่ยนจริงมาเรื่อย ๆ ค่ะ

ในปีที่บีมเข้า 40 ปี เป็นปีที่อธิษฐานจิตตั้งแต่ต้นปีเลยว่า ปีนี้ต้องเกิดใหม่ให้ได้ ขอทิ้งทุกพลังงานเก่า ๆ อยาก REBORN ทางจิตวิญญาณมาก ๆ แล้วก็ได้จริงตามนั้นค่ะ 

เพื่อน ๆ ที่อยากติดตามต่อ สามารถเข้าไปที่ลิงค์งาน Empath นะคะ จะเป็นงานที่บีมเหมือนได้รับสัญญาณให้กลับมาบนออนไลน์หลังจากที่ปิดงานสิวซีเคร็ตไป (จริง ๆ ตั้งใจว่าจะไม่ทำออนไลน์แล้วค่ะ มันเพลียมาก อยากอยู่เงียบ ๆ ทำงานประจำเงียบ ๆ ไปยาว ๆ) 

บีมออกจากงานประจำ 10 ตุลาคม 2567 แล้วเริ่มทำช่องติ๊กต่อกโดยที่ยังไม่รู้จะทำอะไรเลยค่ะ แต่ก็ทำไปก่อนด้วยชื่อช่อง "สิวซีเคร็ต 11" เพราะเป็นสิวซีเคร็ตที่เปลี่ยนใหม่แล้ว แต่ภายหลังก็มีคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับเอ็มพาธและนาร์ซิซิสออกมา ก็พบว่าได้รับความสนใจเยอะมาก และสอดคล้องกับภายในด้วยว่าให้ทำเกี่ยวกับเอ็มพาธค่ะ เลยเปลี่ยนชื่อช่องตั้งแต่นั้นมาเป็น Beam Empath 

เดือน ต.ค. 2568 เป็นช่วงที่บีมตกผลึกและมองเห็นความจริงของ "เอ็มพาธ" ตามที่บีมต้องการทั้งหมดแล้ว เหมือนจบบทนี้เรียบร้อยแล้ว และกำลังก้าวไปสู่บทเรียนใหม่ที่ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรค่ะ ให้มันไม่มีชื่อตอนไปแบบนั้นล่ะ เปิดพื้นที่ให้กับการ unfold ตามสภาวะแท้จริงภายในเลย 

บีมก็เลยรวบรวมประสบการณ์และการตกผลึกในช่วง 1 ปีที่ผ่านมานี้ให้กับเพื่อน ๆ ได้เข้าไปเรียนรู้ด้วยตัวเองได้เลยนะคะ ที่ https://linktr.ee/beamempath ค่ะ

งานล่าสุด...

หลังจากที่บีมได้กลับมาดูในตัวเองช่วงก่อนหน้านี้ บีมก็ได้คำตอบแล้วว่า พลังงานมาถึงจุดที่ต้องการพัก ดู สังเกต สรุป และเก็บพลังงานทั้งหมดกลับเข้ามาในตัวเอง

สิ่งที่เกี่ยวกับภายในของบีมเอง บีมจะเก็บไว้กับตัวเองเท่านั้น จนกว่าจะมีวันที่มีสัญญาณว่า ให้นำออกมาแบ่งปันกับผู้คนนะคะ

ตอนนี้บีมแบ่งปันเกี่ยวกับการดูแลร่างกายในช่อง TikTok ใหม่ค่ะ ซึ่งบีมทำสำเร็จแล้ว มีผลลัพธ์แล้วจริง ๆ มั่นใจในการถ่ายทอดออกไป ซึ่งบีมมองเห็นว่าตอนนี้อยู่ในช่วงที่โลกของเรากำลังเปลี่ยนพลังใหม่หมดเลย คลื่นสูงขึ้น ร่างกายเราเองก็ต้องปรับตัวด้วยค่ะ ซึ่งองค์ความรู้และประสบการณ์ที่บีมสั่งสมมาเกี่ยวกับการเปลี่ยนร่างกายและผิวตั้งแต่ปี 2552 จนถึงตอนนี้ มันมีมากจนล้น ใครเห็นก็ทักว่าดูเด็กจริงค่ะ ทางจิตวิญญาณเราก็ไปถึงที่ที่เราต้องการด้วยวิธีดูแลตัวเองแบบนี้ มันได้ประโยชน์ทุกมิติเลย 

เพื่อน ๆ ที่สนใจการดูแลร่างกายให้ได้ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับโลกใหม่ ไปดูได้ที่ช่องนี้เลยนะคะ บีมมีทั้งความรู้และของแนะนำค่ะ https://www.tiktok.com/@healandclean (จริง ๆ ชื่อ Clean & Heal แต่ตอนบีมเขียน ID บีมเขียนสลับกัน ต้องรอเดือนนึงจึงจะเปลี่ยนได้ค่ะ เกรงเพื่อน ๆ จะสับสน เลยชี้แจงให้ก่อน)

แล้วเจอกันในช่องนะคะ

With Light & Love,
Beam 

24 ต.ค. 68
21.37 น.



Comments

Popular posts from this blog

สรุปเรื่องความสัมพันธ์เป็นพิษของคู่พลังตรงข้าม "เอ็มพาธ VS นาร์ซิซิส" และทางออกที่ยั่งยืน

 หลังจากที่ได้เป็นทั้งผู้ดูและผู้ลงมือทำในสนามความสัมพันธ์ลักษณะนี้มาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว (ที่ได้รู้จักคำว่านาร์ซิซิสเป็นครั้งแรกจากคลิปหนึ่งใน TikTok) ทั้งจากปัญหาของตัวเองและของเพื่อน ๆ เอ็มพาธที่มาปรึกษากันส่วนตัว จนถึงวันนี้ 24 ต.ค. 2568 บีมได้มองเห็นมันชัดเจนจากมุมนกบินสูง (bird-eyed view) และบีมได้ตัดสินใจเอา "ฉลาก" คำว่า "เอ็มพาธ" กับ "นาร์ซิซิส" ออกไป เหลือแต่สิ่งที่เป็นจริงให้เราสัมผัสและเห็นได้เท่านั้น บีมจะสรุปส่งท้ายบทเรียนบทนี้ให้ดังนี้นะคะ ความสัมพันธ์แบบนี้ มองได้ทั้งมุมจิตวิทยา พลังงาน และจิตวิญญาณ การจัดการปัญหาความสัมพันธ์แบบนี้ให้จบ ถ้าจะให้เร็วแนะนำให้ใช้ร่วมกันไปเลยค่ะ มองด้วยมุมกว้างแบบจิตวิญญาณ และเอาวิธีจัดการที่เด็ดขาดได้ผลเร็วแบบทางจิตวิทยา เพราะมันเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นทางกายภาพ มันทำให้ระบบประสาทและสารเคมีในสมองเปลี่ยนแปลงไป มากน้อยเท่าไหร่อยู่ที่ความรุนแรงและระยะยาวของการอยู่ในความสัมพันธ์นี้ ทำให้มองเห็นอะไรผิดเพี้ยนจากความจริงไปเยอะมาก ส่วนในเชิงพลังงานนั้น จะตรงไปตรงมาที่สุด เพราะเป็นการสั่นสะเทือน ไม่ต้องมีคำพูดอธิบายอะไ...

ที่มาของบล็อกนี้ และ อัพเดทงานล่าสุด (24 ต.ค. 68)

ที่มาของบล็อกนี้ เกิดจากตอนที่บีมดูคลิป Sit Down with Stand Up ที่ป๋าเต๊ดสัมภาษณ์พี่โน้ส อุดม แต้พานิช ไปได้ครึ่งตอน แล้วบีมก็รู้สึกว่า เราเองก็อยากรวบรวมทุกคอนเท้นต์ที่เราเคยทำมาให้คนอื่น ๆ ได้เรียนรู้เหมือนกัน ซึ่งพี่เขาเองก็มีจุดที่มีปัญหาอยู่ แต่เขาก็สร้างสรรค์อะไรมากมายได้ ใช้ชีวิตในแบบของเขามาได้เรื่อย ๆ และเขาก็พูดว่า จริง ๆ แล้วทุกคนมีสิ่งผุพังอยู่หมดล่ะครับ แต่แค่แสดงว่าเป็นปกติเท่านั้นเอง (จริง ๆ คำพูดอาจต่างจากนี้นะคะ แต่ใจความประมาณนี้ค่ะ) ซึ่งบีมเองก็เห็นด้วยมาก ๆ กับคำพูดนี้ค่ะ  คือ ด้านผุพังตามที่บีมเข้าใจ จริง ๆ มันคือ shadow หรือ เงาของเรา นี่เอง เป็นส่วนที่เราเก็บกดมันเอาไว้ ปฏิเสธมัน ละทิ้งมัน ซึ่งตัวบีมเองได้ทำ shadow work มานาน 6 ปีแล้ว แต่ก่อนหน้านี้ ไม่รู้ว่ามันเรียกว่า shadow work คือ เราเผชิญหน้ากับโซนมืดในจิตเราแล้วโอบกอด มองเห็น เข้าใจ มันก็จะเบาบางและสลายหายไป ถ้าเรารู้วิธี process เขาได้ถูกต้อง เราจะสามารถเปลี่ยน shadow มาเป็นจุดแข็ง เป็นพลังงานที่สมดุลให้กับเราได้ค่ะ เพราะจริง ๆ เราไม่ใช่แค่แสง แต่คือ แสงและเงา เราคือ wholeness ไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่ง ...